Posted by News
การตลาด,
มือถือ,
Android,
Google Phone,
HTC Dragon,
IT,
Marketing,
Mobile,
Nexus One
09:21
หลังจากมีข่าวลือมานานว่ากูเกิลจะลงมือพัฒนาโทรศัพท์มือถือแปะยี่ห้อ Google ล่าสุดข่าวลือนี้มีมูลขึ้นมาทันตา เมื่อพนักงานกูเกิลเผลอ"ทวีต"ว่าได้รับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่มาพร้อม ระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชันล่าสุดมาทดสอบแล้ว กูเกิลไม่รอช้า ออกมายอมรับด้วยการโพสต์บนบล็อกว่าได้ส่งให้พนักงานกูเกิลทดสอบจริง
ที่น่าสนใจคือโทรศัพท์ดังกล่าวไม่ปรากฏชื่อผู้ผลิต แม้ว่าหน้าตารูปร่างจะถอดแบบจากผลิตภัณฑ์ตระกูล HTC มาก็ตาม ทำให้เชื่อว่าสมาร์ทโฟนนี้อาจจะใช้ชื่อแบรนด์ใดก็ได้ตามแต่กูเกิลจะตั้ง
การทดสอบโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ของพนักงานกูเกิลได้รับการยืนยันบน บล็อกของกูเกิลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดย Mario Queiroz ประธานฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ของกูเกิลระบุว่า โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่ไม่ปรากฏชื่อพันธมิตรผู้ผลิตนี้ จะทำให้กูเกิลสามารถให้บริการเสิร์ชเอนจิ้นและบริการต่างๆของกูเกิลบ นโทรศัพท์มือถือได้อย่างเท่าเทียมกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ
Queiroz ระบุว่ากูเกิลจัดการส่งมอบโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่นี้ให้กับพนักงานกูเกิล ทั่วโลกในงานประชุมชาวกูเกิลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อให้พนักงานในแต่ละสาขาทั่วโลกได้สัมผัสความสามารถการทำงานใหม่ๆบน โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ โดยกูเกิลจะรวบรวมเสียงตอบรับจากพนักงาน ก่อนจะนำไปปรับปรุงต่อไป
แท้จริงแล้ว หลายคนเชื่อว่ากูเกิลไม่ได้ตั้งใจเปิดเผยความคืบหน้าครั้งนี้ แต่เรื่องเกิดแดงขึ้นเสียก่อนเพราะพนักงานกูเกิลรายหนึ่งเผลอทวีตข้อความว่า ได้รับเครื่องสมาร์ทโฟนนี้จากกูเกิลบนทวิตเตอร์ (Twitter) ทำให้ชาวเน็ตล่วงรู้และส่งต่อเป็นข่าวใหญ่โตในที่สุด
แม้จะไม่มีการยืนยันจากกูเกิล แต่ทุกคนล้วนมองว่าสมาร์ทโฟนฝีมือการพัฒนาของกูเกิลซึ่งเรียกกันอย่างไม่ เป็นทางการว่า Google Phone นี้จะสามารถแข่งขันกับพี่ใหญ่ไอโฟน (iPhone) ของแอปเปิลได้ จุดนี้ รายงานจากวอลล์สตรีทเจอร์นอล อ้างแหล่งข่าวไม่ระบุนาม
ว่า กูเกิลจะปฏิวัติวงการจำหน่ายสมาร์ทโฟนสหรัฐฯ ด้วยการมีแผนวางจำหน่ายโทรศัพท์มือถือนี้แก่ผู้บริโภคโดยตรง ไม่ผ่านโอเปอเรเตอร์ก่อนอย่างเคย
แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า Google Phone มีความยุติธรรมมากกว่าไอโฟนหรือแบล็กเบอรี่ (Blackberry) จาก Research in Motion เนื่องจาก 2 ค่ายหลัง ผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องจำใจผูกบริการกับโอเปอเรเตอร์ตัวแทนจำหน่ายนานถึง 2 ปี เพื่อแลกกับค่าเครื่องที่ถูกกว่า
กูเกิลนั้นเปิดศักราชสมาร์ทโฟน Android อย่างเป็นทางการด้วย G1 โทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ Android ตัวแรกของโลกเมื่อเดือนกันยายน ปี 2008 จำหน่ายโดยที-โมบายล์ (T-Mobile USA) ล่าสุดเวอไรซอนไวร์เลส (Verizon Wireless) เพิ่งเปิดจำหน่าย Droid สมาร์ทโฟนตัวแรกที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 2.0 เวอร์ชันล่าสุดไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
สำหรับ Google Phone นั้นยังไม่มีการเปิดเผยชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ แต่เนื่องจากภาพแรกๆของโทรศัพท์นี้บนอินเทอร์เน็ตใช้ชื่อว่า Nexus One ชาวเน็ตจึงเชื่อว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อาจจะใช้ชื่อดังกล่าวตามชื่อไฟล์ภาพ นอกจากนี้ ยังมีบางภาพถูกตั้งชื่อว่า Phone 88 ด้วย แต่ชื่อ Nexus One ก็ถูกกล่าวถึงมากกว่า
รายงาน ระบุว่าความโดดเด่นของสมาร์ทโฟนนี้คือการไม่"ล็อก" สามารถใช้งานบนเครือข่ายระบบ GSM ทุกค่าย มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 2.1 ใหม่กว่าเดิม หน่วยประมวลผลเร็วกว่าเดิม และมีหน้าจอความละเอียดมากกว่าเดิมบนระบบสัมผัสที่ดีขึ้น
ภาพถ่าย Google Phone หรือ Nexus One บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งชี้ว่าความฝันของสาวกกูเกิลใกล้เป็นจริงแล้ว
Posted by News
คอมพิวเตอร์,
ไอที,
Apple,
E-Book,
IT,
Kindle,
Tablet
08:50
รายงานข่าวล่าสุดอ้างว่า ด้วยดีไซน์ และคุณสมบัติการทำงานของ "แท็บเล็ต" จากแอปเปิ้ล (Apple) จะสามารถเอาชนะเครื่องอ่านอีบุ๊กอย่างคินเดิ้ล (Kindle) ของแอมะซอน (Amazon) ได้อย่างง่ายดาย โดยนักวิเคราะห์จาก BMO Capital Markets ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า มันมีกำหนดการออกในช่วงไตรมาสแรกของปี 2010
"เราเชื่อว่า แท็บเล็ตที่คาดว่าแอปเปิ้ลจะเปิดตัวในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ปี 2010 จะสามารถทำให้เครื่องอ่านอีบุ๊กที่ใช้พลาสติกสีขาวหม่นดูน่าเกลียดของผู้ค้า ออนไลน์ (ไม่ได้ระบุชื่อ แต่ก็คงจะหมายถึงเครื่องอ่านอีบุ๊กอันดับหนึ่งในตลาดอย่าง Kindle อย่างไม่ต้องสงสัย) ตกกระป๋องไปเลย" Keith Backman นักวิเคราะห์จาก BMO Capital Markets กล่าวในรายงานเมื่อวันพุธที่ผ่านมา "กุญแจสำคัญที่จะทำให้แท็บเล็ตของแอปเปิ้ลประสบความสำเร็จในตลาดก็คือ เรื่องของราคา และการใช้งานที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ และโอเปอเรเตอร์"
การ เปิดตัวของแท็บเล็ตพีซีจากแอปเปิ้ลน่าจะส่งผลกระทบโดยตรงกับ Kinde เครื่องอ่านอีบุ๊กของแอมะซอนโดยตรง เนื่องจากทาง BMO คาดการณ์ว่า แอปเปิ้ลจะสามารถจำหน่ายแท็บเล็ตได้ตั้งแต่ 1 ถึง 1.5 ล้านเครื่อง ซึ่งคิดเป็น 20% ของตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊ก และประมาณ 3% ของตลาดเน็ตบุ๊ก
อย่าง ไรก็ดี ข้อมูลก่อนหน้านี้ระบุว่า สเป็กของแท็บเล็ตจะประกอบด้วย หน้าจอมัลติทัชขนาด 10.1 นิ้ว โดยใช้เทคโนโลยี LTPS ((Low Temperature Poly Silicon)) LCD แบบเดียวกับบนไอโฟน (iPhone) แต่ก็มีข่าวลือออกมาอีกเช่นกันว่า แอปเปิ้ลมีแผนที่จะออกแท็บเล็ตรุ่นไฮเอ็นด์ที่ใช้หน้าจอ OLED ด้วย ซึ่งหากเป็นไปตามนี้จริง การเปิดตัวอาจจะต้องเลื่อนออกไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2010 เลยทีเดียว
ที่มา: www.arip.co.th
Posted by News
การตลาด,
google,
IT,
Marketing
10:36
ในวงการตลาดโลกยุคนี้ แบรนด์หนึ่งที่ได้รับการยอมรับให้เป็นไอดอล (idol) ของการประกอบการที่มีความพยายามในการพัฒนาโมเดลทางธุรกิจอยู่ตลอดเวลา และไม่ยอมปล่อยให้โอกาสทางธุรกิจหลุดลอยไปแม้แต่เรื่องเดียวก็คือ กูเกิล (Google) ล่าสุดของการเปิดโมเดลทางธุรกิจใหม่ของกูเกิล คือบริการ Music Search
แม้ว่าลำพังการดำเนินงานและทรัพยากรที่มีอยู่ของกูเกิลจะมีข้อจำกัด หรือธุรกิจนั้นอาจจะยังใหม่ที่ขาดความชำนาญและทักษะ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้กูเกิลกล้ารุกตลาดเพลงก็คงมาจากความเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของพันธมิตรที่ตนดึงมาร่วมงานด้วย
ในการเปิดงานบริการมิวสิกเสิร์ชของกูเกิล มีการทำความตกลงและร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจถึง 2 รายคือ รายแรกเป็นเว็บเซอร์วิสชั้นนำชื่อ ลาล่า (LaLa) รายที่สองคือ iLike ของค่ายโซเชียล มีเดีย มายสเปซ (MySpace) ที่มีแฟนคลับเป็นนักนิยมฟังเพลงอยู่แล้ว
การจับมือกับพันธมิตรทั้งสองรายนี้ ทำให้เกิดเครือข่ายที่ใช้ช่องทางของกูเกิลช่วยให้แฟนนักฟังเพลงสามารถค้นหาเพลงได้ง่าย ด้วยวิธีการที่ไม่ยุ่งยากและไม่เบื่อหน่ายกับวิธีการซื้อหาเพลงจากช่องทางบนโลกอินเทอร์เน็ต เป็นการช่วยในการขยายปริมาณธุรกิจของบรรดาค่ายเพลงต่างๆ อีกช่องทางหนึ่ง
บริการของกูเกิลในสหรัฐฯ เป็นตลาดแรกครั้งนี้ประกอบด้วย ประการแรก บริการให้ลูกค้าทดลองฟังเพลงที่น่าสนใจก่อนซื้อ โดยมีความยาวของการฟังเพลงไม่ต่ำกว่า 30 วินาทีขึ้นไป และในบางกรณีก็เปิดให้มีการฟังเพลงตัวอย่างได้ตลอดทั้งเพลงอีกด้วย
ประการที่สอง บริการเชื่อมโยงเพลงที่มีการทดลองฟังแล้วพอใจกับส่วนที่เป็นการชำระเงินเพื่อซื้อเพลงทางอินเทอร์เน็ต
ประการที่สาม นอกเหนือจาก LaLa และ iLike แล้ว กูเกิลยังได้จับมือกับผู้ให้บริการเพลงรายอื่น ได้แก่ แพนโดร่า และ iMeem รวมทั้ง Phapsody ในการสร้างการเชื่อมโยงกับเว็บไซต์เพลง เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นพบเพลงได้อย่างรวดเร็วทันใจ
ความสนใจของกูเกิลในธุรกิจเพลง ก็เพราะว่าในท่ามกลางกระแสการตกต่ำทางธุรกิจของผู้ประกอบการประเภทต่างๆ กูเกิลพบว่าบริการเพลงผ่าน iTune ของแอปเปิลและเว็บไซต์อื่นๆ ยังคงไปได้สวยและเติบโตอย่างต่อเนื่อง
การให้บริการมิวสิกเสิร์ชของกูเกิลจึงเป็นทางหนึ่งในการหารายได้แหล่งใหม่ มาชดเชยรายได้เดิมที่ลดลง และ ยังเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการเรียกคืนลูกค้ากลับเข้าสู่ฐานลูกค้าที่ พร่องลงไป ทั้งนี้เพราะแต่ละวันจะมีผู้คนทั่วโลกนับล้านๆ คนที่เข้าไปทำกิจการในการค้นหาเพลงทางออนไลน์ เพื่อศึกษาชีวิตและข่าวคราวของศิลปินที่ชอบ เพื่อค้นหาอัลบัมเพลงออกใหม่ และเพลงเก่าสุดโปรด
ด้วยศักยภาพของมิวสิกเสิร์ชของกูเกิลที่ได้ออกให้บริการแก่แฟนคลับเพลงครั้งนี้ จะช่วยให้นักฟังเพลงได้รับความสะดวกไม่ต่างจากการค้นหาข้อมูลผ่านคำหลักในเสิร์ชเอ็นจิ้นปัจจุบันของกูเกิล
ที่จริงไม่ใช่เฉพาะกูเกิลเท่านั้นที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจเพลงที่ว่านี้ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ สื่อสังคมออนไลน์อีกรายคือ Facebook ก็ได้ประกาศขยายบริการด้านเพลงผ่านการทำความตกลงและร่วมมือกับ LaLa เหมือนกัน
ก่อนที่จะมีการให้บริการนี้ กูเกิลเองก็มีวิดีโอไซต์ของตนเองอย่าง Youtube ที่เป็นช่องทางสู่วงการเพลงอยู่แล้ว แต่ Youtube มีการบริหารจัดการที่แยกออกไปต่างหาก ด้วยการไปจับมือกับ Vivendi ผ่าน ยูนิเวอร์แซล มิวสิค กรุ๊ป และโซนี่ มิวสิค เพื่อสร้าง 'Vevo' เป็นบริการด้านมิวสิกวิดีโอ โดยคาดว่าการให้บริการอย่างเป็นทางการน่าจะเริ่มในเดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป
มูลค่าเพิ่มที่เกิดกับกูเกิลจากการจับมือกับ LaLa ก็คือ บริการด้านเพลงของ LaLa ที่มีอยู่แล้ว ได้เปิดให้ลูกค้าเข้าไปดึงเพลงออกมาจากแค็ตตาล็อกที่มีเพลงถึง 8.5 ล้านเพลงโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพื่อทดลองฟังและเลือกสรร ก่อนที่จะทำการซื้อเพลงในราคาแทร็กละ 10 เซ็นต์ ส่วนกรณี MP3 ก็ขายในราคาเริ่มต้นเพียง 89 เซ็นต์เท่านั้น
การจับมือกับกูเกิลจึงเป็นผลดีที่จะทำให้ LaLa มีโอกาสที่จะขยายธุรกิจการจำหน่ายเพลงผ่านการเชื่อมโยงกับมิวสิกเสิร์ชของกูเกิลเพิ่มขึ้นไม่ใช่แค่ 100% หากแต่เป็น 1,000% ทีเดียว เพราะลูกค้าของ LaLa ในปัจจุบันมีอยู่เพียง 100,000 ราย และในจำนวนนี้มีกิจกรรมกับ LaLa แบบบ่อยๆ ครั้งเพียง 60,000 รายเท่านั้น หรือเท่ากับ LaLa ทำรายได้จากลูกค้าแต่ละรายเพียง 67 ดอลลาร์ต่อปี จึงมีระดับรายได้รวมกันทั้งปีไม่ถึง 10 ล้านดอลลาร์
แต่ถ้ามิวสิกเสิร์ชที่จับมือกับกูเกิล หรือ Facebook ได้ผล ขนาดของธุรกิจของ LaLa ก็คงจะเพิ่มขึ้นมากมาย จนอาจจะทำให้ LaLa กลายเป็นกิจการค้าปลีกรายใหญ่รายใหม่ของโลกออนไลน์ก็ได้ เพราะคู่ค้าแต่ละรายยังคงเก็บรายได้ของตนเองไว้ไม่ได้นำมาแบ่งปันในความตกลงนี้แต่อย่างใด
ในส่วนของกูเกิลนั้น จากการรวบรวมสถิติก็พบว่า 6% ของกูเกิล Top 1,000 search เป็นการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเพลง และ 90% ของการเข้าไปค้นคว้าหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์เป็นคำว่า 'music' อยู่แล้ว
การเริ่มธุรกิจใหม่ด้านมิวสิกเสิร์ชของกูเกิลที่ประกาศตัวใหญ่โตครั้งนี้ ไม่ได้สร้างพันธมิตรอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ยังอาจจะสร้างคู่แข่งรายใหม่ด้วย เพราะหลังจากการประกาศข่าวของกูเกิลได้ไม่นาน ยาฮูก็ประกาศว่าจะเปิดบล็อกที่จะนำเสนอบริการมิวสิกเสิร์ชในลักษณะเดียวกันอีกไม่นานนี้
Posted by News
ไอที,
Computer,
IT,
Notebook
14:10
1. HP Make-up มีปุ่มที่กดเปลี่ยนหน้าจอให้เป็นโหมดการใช้งานแบบกระจกได้ สาวๆ แต่งหน้าได้ทันท่วงที แถมมีช่องสำหรับเพ้นท์เล็บอัตโนมัติเหมือนตู้เพ้นท์เล็บที่เราเคยเห็นด้วย แค่ใส่นิ้วเข้าไป
2. HP Perfume รุ่นนี้ปล่อยกลิ่นได้ คุณสามารถเปลี่ยนโน้ตบุ๊คคุณให้เป็นโคมไฟหรือตัวปรับอากาศด้วยความสามารถใน การดาวน์โหลดกลิ่น ผสมกลิ่นปล่อยออกมาได้
3. HP Nobag รุ่นนี้ออกแบบสำหรับคนไม่ชอบพกพาโน้ตบุ๊กใหญ่ๆ แต่รุ่นนี้ดูจะล้ำเกินความเป็นจริงไปหน่อย เพราะมันเล่นม้วนพับเป็นสาส์นท่านเปาฯ ซะขนาดนี้
4. HP Chameleon ชื่อรุ่นบอกอยู่แล้วว่าเป็น HP กิ้งก่า ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนสกิน พื้นผิวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่ใช้งานได้ มีกล้องสามตัวสำหรับใช้วิเคราะห์สภาพแวดล้อม
5. HP Fitness รุ่นนี้สำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือ รักสุขภาพเป็นพิเศษ มีฟังก์ชั่นสำหรับการออกกำลังกายต่างๆ ครบครัน แถมจะเปลี่ยนโน้ตบุ๊กเป็นเครื่องช่างน้ำหนักอีกด้วย
6. HP Mama เป็นคอมพิวเตอร์สำหรับคุณแม่ยุคไฮเทคที่ต้องการความปลอดภัยให้ลูกๆด้วยดี ไซน์ของจอ 3มิติ ใช้งานกับกล้องบลูทูธเพื่อคอยเฝ้าดูลูกๆ คุณได้ตลอด
Posted by News
น่ารู้,
ห้ามคลิ๊ก,
ห้ามเซฟ,
อินเทอร์เน็ต,
Blog,
Computer,
IT,
Javascript
16:39
บางครั้งคุณก็อาจไม่อยากให้ผู้เข้าชม Blog ของคุณเข้ามา Copy รูปหรือบทความใน Blog ของคุณไปใช้โดยไม่ได้ขออนุญาติ (แต่ผมไม่นะ อยากจะ Copy อะไรก็เอาไปเลย เพราะส่วนมากผมก็ Copy เค้ามาอีกทีเหมือนกัน ฮ่าๆๆ)ผมเลยนำโค้ดที่จะทำให้ผู้เข้าชม Blog ของคุณไม่สามารถคลิ๊กขวาหรือแดรกเมาส์ในเพจคุณได้มาฝาก
โดยคุณสามารถใส่โค้ดพวกนี้ลงไปได้ในส่วนของ เพิ่ม Gadget, หน้าแก้ไข HTML ของบทความ หรือ ในโค้ด Template ของ Blog คุณ (ระหว่างโค้ด <body>...</body>)
1. ห้ามคลิ๊กขวาและแดรกเมาส์
2. ห้ามแดรกเมาส์
3. ห้ามคลิ๊กขวาอย่างเดียว
Posted by News
คอมพิวเตอร์,
ไอที,
Gadget,
IT
13:27
ในทีสุดทางโซนี่ (Sony) ก็ได้ออกผลิตภัณฑ์ที่เชื่อว่า เหล่าบรรดาสาวกคงตั้งตารอกันอยู่อย่างแน่นอน นั่นก็คือ Sony Vaio L AIO PCs "ออล-อิน-วัน" พีซีที่มาพร้อมกับจอ LCD ระบบสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 24 นิ้ว ภายใต้ดีไซน์เรียบหรู ดูน่าใช้มากๆ
หลังจากที่เหล่าบรรดาผู้ผลิตพีซีในท้องตลาดอย่าง HP, ASUS, Lenovo และ MSI ได้พากันเปิดตัว "ออล-อิน-วัน" พีซีกันไปก่อนหน้านี้แล้ว ล่าสุดก็ได้ฤกษ์ของทางโซนี่ที่จะปล่อย Vaio L Series มาเอาใจตลาดกันบ้าง โดยจะเป็นพีซีที่มาพร้อมกับประสบการณ์ไฮเดฟินิชั่น (HD) และแอพพลิเคชัน Media Gallery ที่จะเปลี่ยนพีซีให้กลายเป็นระบบโฮมเอ็นเตอร์เท็นเมนต์สุดหรูภายในบ้านคุณ
Sony Vaio L AIO PCs จะมาพร้อมกับจอแอลซีดีที่ทำงานด้วยระบบสัมผัส 24 นิ้ว แสดงผลไฮเดฟฯ 1080p (1920 x 1080) การ์ดแสดงผลกราฟิก NVIDIA โดยใช้ความสามารถในการทำงานของระบบสัมผัสทีมีอยู่ในระบบปฏิบัติการ Windows 7 ทีมาด้วยกัน ส่วนไดรฟ์จะมีให้เลือกเป็น Blu-ray ได้อีกด้วย จูนเนอร์ทีวีจะเป็น ATSC/HDTV รองรับการแพร่สัญญาณภาพทีวีไฮเดฟฯ พร้อมช่องต่อสัญญาณ HDMI นอกจากนี้ Vaio L ยังมาพร้อมกับคีย์บอร์ด และเมาส์ไร้สาย เพื่อคุณได้ใช้ท่องเน็ต ตลอดจนทำงานต่างๆ ได้อีกด้วย ในส่วนของโพรเซสเซอร์จะเป็น Intel Core 2 Quad ที่ทรงพลังในการประมวลผล โดยภายในเครื่องยังมีสตอเรจความจุสูงถึง 1TB (1,024GB) และสนับสนุนการเชื่อมต่อเน็ตไร้สาย Wi-Fi 802.11b/g/n
นอกจาก Sony Vaio L AIO PCs จะมีคุณสมบัติการทำงานที่โดดเด่นแล้ว ทางบริษัทยังได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มเข้าไปด้วย อย่างเช่น Multiple Lamp Technology ที่จะทำให้ประสบการณ์ในการรับชมภาพยนต์ และคอนเท็นต์วิดีโอต่างๆ คมชัดสว่างจริง หรือแอพพลิเคชันอย่าง Vaio Movie Story ที่จะช่วยคุณสร้างภาพยนต์ของคุณได้อย่างง่ายดาย ตลอดจนเทคโนโลยี SensMe ที่สามารถเลือกเล่นเพลงให้เข้ากับอารมณ์ของคุณได้อีกต่างหาก สนนราคาของ Sony Vaio L อยู่ที่ 1,300 เหรียญฯ (ประมาณ 47,000 บาท)
ข้อมูลจาก: ITProPortal
Posted by News
คอมพิวเตอร์,
ไอที,
IT
11:05
ไม่รู้ว่าจะเชยเกินไปรึเปล่าที่จะหยิบเรื่องนี้ึขึ้นมาพูด เพราะคอมพิวเตอร์ PC แบบ All-in-One นี้ก็มีออกมาในตลาดกันเป็นปีแล้ว แต่เนื่องจากเมื่อวานทางบริษัทต้องการซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่แล้วทางผู้จัดการบอกผมว่าอยากจะได้แบบที่เป็นคอมพิวเตอร์มีแต่หน้าจอและีคีย์บอร์ดเพราะแกเห็นว่า Dell มีคอมพิวเตอร์แบบนั้น ผมก็ไม่รู้ว่าคอมพิวเตอร์แบบนั้นมันเรียกว่าอะไรจนโทรไปถามทางเซลล์ของ Dell นั่นแหละถึงได้รู้ว่ามันเรียกว่า All-in-One PC นั่นเอง
ผู้ผลิตหลายคนต่างออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เทรนด์ของพีซีที่จะผลิตออกมาวางขายนับจากนี้ ไม่เพียงแต่ยังคงประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้นไป จอคมชัด เสียงดี สีสวยเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยดีไซน์เข้าช่วย ต้องออกแบบให้สอดรับกับวิถีชีวิตของคนใช้งาน หรือตอบรับ Lifestyle ของคนแต่ละแบบด้วย ที่สำคัญต้องใช้พื้นที่จัดวางน้อย รวมเอาไส้ในเครื่องไปไว้ในจอ ติดตั้งที่ไรท์และอ่านแผ่นไปไว้กับจอด้วยอีกต่างหาก
คอมพิวเตอร์ All-In-One แบรนด์ต่างๆ
- Sony - JSSeries
- HP - TouchSmart
- Dell - Studio One
- Lenovo - IdeaCentre
- MSI - Wind Touch
คุณสมบัติเด่นๆ ของ All-In-One คอมพิวเตอร์
- รวมหน้าจอคอมพิวเตอร์กับตัวเครื่องเข้าด้วยกัน
- Touch Screen สั่งการด้วยนิ้วมือ
- CD/DVD Drive
- Camera - กล้องถ่ายรูป
- คุณสมบัติหรือ Spec เครื่องที่สูงมากๆ เพื่อรองรับการใช้งาน Multimedia
การ เลือกซื้อ จำเป็นต้องตรวจสอบสเปคเช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์อื่นๆ แต่สิ่งหนึ่งคงต้องทำความเข้าใจคือ ถ้าเกิดปัญหาการใช้งานส่วนใดส่วนหนึ่งโดยเฉพาะกับอุปกรณ์ภายในคอมพิวเตอร์ คงจำเป็นต้องยกไปทั้งเครื่องคอมฯ นั่นหมายความว่า เราก็จะไม่มีเครื่องใช้งานในช่วงระยะเวลาจนกว่าเครื่องจะซ่อมเสร็จ :) อ้อ ! อีกอย่างหนึ่งคือการ อัปเกรด คงต้องสอบถามทางร้านก่อนเสมอว่าสามารถอัปเกรดได้หรือไม่ โดยเฉพาะ แรม และ ฮาร์ดดิสก์
Posted by News
คอมพิวเตอร์,
ไอที,
IT
17:00
เนื่องจากวันนี้ทางบริษัทต้องการจะซื้อคอมพิวเตอร์เพิ่มเพื่อรองรับพนักงานที่จะเข้ามาใหม่ตอนแรกก็กะว่าจะซื้อ PC ประกอบธรรมดา แต่ผู้จัดการของเราดันเกิดอยากใช้ของอินเทรนด์ขึ้นมาบ้าง เลยสั่งให้ผมไปลองติดต่อ Dell ซึ่งเป็นเจ้าตลาดด้านคอมพิวเตอร์สำหรับบริษัทหรือองค์กร (ประมาณนั้น) ตอนแรกก็กว่าจะหาเบอร์ติดต่อ Dell ได้ เข้าไปหาในเวบไซต์ของเดลเอง
http://www.dell.com ก้อยังไม่เจอ ลองไป Search หาใน Google ดูถึงรู้ว่ามีคน
ไอทีมีปัญหาอย่างเราเยอะเหมือนกันแฮะ เพราะงั้นเลยเอาเบอร์ติดต่อ Dell มาลงไว้ให้ดูกันด้วยเลยแล้วกันนะ
ขั้นตอนการติดต่อ Dell Technical Support
1. จด Serial ของ CASE CPU , Monitor , Mouse , Keyboard ให้พร้อม
เผื่อทางเจ้าหน้าที่จะถามรายละเอียดต่าง ๆ
2. เบอร์ติดต่อ 02 - 6707200 (เสียเงินนะครับ)
3. กด 2 เลือก ภาษาไทย (รอเจ้าหน้าที่รัสาย)
4. กด 1 เลือก Extension number
5. กด 3902 เจ้าหน้าที่ที่รับสายเป็นคนไทย
(หมายเหตุ : เบอร์โทรนอกเหนือนี้ จะอยู่ศูนย์ มาเลเชีย เดี๋ยวฟังภาษาไม่ออก)
หรือเบอร์บ้านโทร 1800 - 006 - 007
มือถือโทร 001 - 800 - 601 -5609 โทรฟรีครับ